วันเสาร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2557

บทที่1 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต

บทที่1 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต


          Browser : คือโปรแกรมที่ใช้สำหรับเป็นประตูเปิดเข้าสู่โลก WWW (World Wide Web) หรือพูดกันอย่างง่ายก็คือโปรแกรมที่ใช้สำหรับเล่นอินเทอร์เน็ต ที่เรานิยมใช้กันอยู่ทุกวันนี้โดยเว็บเบราว์เซอร์ (Web Browser) จะเข้าใจในภาษา HTML 
          
          Client : เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ไปร้องขอบริการและรับบริการอย่างใดอย่างหนึ่งจาก Server DNS
          
          ( Domain Name Server ) : คือสิ่งที่นำมาอ้างถึงหมายเลขเครื่อง หรือ หมายเลข IP Address เพื่อให้ง่ายต่อการจดจำ DNS จะทำหน้าที่คล้ายกับสมุดโทรศัพท์ คือ เมื่อมีคนต้องการจะโทรศัพท์หาใคร คน ๆ นั้นก็จะต้องเปิดสมุดโทรศัพท์เพื่อค้นหาเบอร์โทรศัพท์ของคนที่ต้องการจะติดต่อ Download : คือการโอนย้ายไฟล์หรือข้อมูลจากที่หนึ่งไปอีกทีหนึ่ง เช่น การโอนไฟล์หรือว่าข้อมูลมาจาก อินเตอร์เน็ต หรือว่า จากคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ เข้ามาบันทึกเอาไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา E-Mail
          
          ( Electronic Mail ) : จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (อังกฤษ: electronic mail) คือวิธีการหนึ่งของการแลกเปลี่ยนข้อความแบบดิจิทัล ซึ่งออกแบบขึ้นเพื่อให้มนุษย์ใช้เป็นหลัก ข้อความนั้นจะต้องประกอบด้วยเนื้อหา ที่อยู่ของผู้ส่ง และที่อยู่ของผู้รับ (ซึ่งอาจมีมากกว่าหนึ่ง) เป็นอย่างน้อย
         
          Freeware : ซอฟต์แวร์ประเภทที่ให้ใช้งานได้ฟรี แต่บางครั้งมีข้อจำกัดบางอย่าง เช่น ใช้ได้เฉพาะส่วนบุคคล ห้ามใช้ในเชิงพาณิชย์ หากต้องการใช้เชิงพาณิชย์ จะมีเวอร์ชันที่ผู้พัฒนาเตรียมไว้ขาย                    
          Homepage : คำที่ใช้เรียกหน้าแรกของเว็บไซต์ โดยเป็นทางเข้าหลักของเว็บไซต์ เมื่อเปิดเว็บไซต์นั้นขึ้นมา โฮมเพจ ก็จะเปรียบเสมือนกับเป็นสารบัญและคำนำที่เจ้าของเว็บไซต์นั้นได้สร้างขึ้น เพื่อใช้ประชาสัมพันธ์องค์กรของตน นอกจากนี้ ภายในโฮมเพจก็อาจมีเอกสารหรือข้อความที่เชื่อมโยงต่อไปยังเว็บเพจอื่นๆอีกด้วย
         
          Internet : กลุ่มเครือข่ายย่อย ๆ ของคอมพิวเตอร์จำนวนมากที่เชื่อมต่อเข้าด้วยกันภายใต้มาตรฐานการสื่อสาร (Protocol) เดียวกัน จนเป็นสังคมเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ ซึ่งคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในเครือข่ายแต่ละเครื่อง สามารถรับส่งข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ กัน เช่น ตัวอักษร ภาพ เสียง รวมทั้งสามารถสืบค้นข้อมูลข่ายสารจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ บนอินเทอร์เน็ตได้อย่างรวดเร็ว
         
          Server : เครื่องหรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ซึ่งทำงานให้บริการ ในระบบเครือข่ายแก่ลูกข่าย (ซึ่งให้บริการผู้ใช้อีกทีหนึ่ง) เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่เป็นเซิร์ฟเวอร์นี้ควรจะมีประสิทธิภาพสูง มีความเสถียร สามารถให้บริการแก่ผู้ใช้ได้เป็นจำนวนมาก ภายในเซิร์ฟเวอร์ให้บริการได้ด้วยโปรแกรมบริการ ซึ่งทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการอีกชั้นหนึ่ง 
       
          World Wide Web : หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า “เว็บ”) คือพื้นที่ที่เก็บข้อมูลข่าวสารที่เชื่อมต่อกันทางอินเทอร์เน็ต โดยการกำหนด URL คำว่าเวิลด์ไวด์เว็บมักจะใช้สับสนกับคำว่า อินเทอร์เน็ต โดยจริงๆแล้วเวิลด์ไวด์เว็บเป็นเพียงแค่บริการหนึ่งบนอินเทอร์เน็ต 
         
          Web Site หรือ Web Server : หน้าเว็บเพจหลายหน้า ซึ่งเชื่อมโยงกันผ่านทางไฮเปอร์ลิงก์ ส่วนใหญ่จัดทำขึ้นเพื่อนำเสนอข้อมูลผ่านคอมพิวเตอร์ โดยถูกจัดเก็บไว้ในเวิลด์ไวด์เว็บ หน้าแรกของเว็บไซต์ที่เก็บไว้ที่ชื่อหลักจะเรียกว่า โฮมเพจ เว็บไซต์โดยทั่วไปจะให้บริการต่อผู้ใช้ฟรี แต่ในขณะเดียวกันบางเว็บไซต์จำเป็นต้องมีการสมัครสมาชิกและเสียค่าบริการเพื่อที่จะดูข้อมูล ในเว็บไซต์นั้น Web server คือ เครื่องคอมพิวเตอร์ ที่ติดตั้งโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ซึ่งทำหน้าที่ให้บริการข้อมูล แก่ Client หรือ เครืองคอมพิวเตอร์ที่ขอรับบริการ ในรูปแบบ สื่อผสม ผ่านระบบเครือข่าย โดยสามารถแสดงผล ผ่านโปรแกรมเว็บบราวเซอร์ หรืออาจกล่าวได้ว่า Web server คือโปรแกรมที่คอยให้บริการแก่ Client ที่ร้องขอข้อมูลเข้ามาโดยผ่าน web browser 

          Web Browser : เบราว์เซอร์ หรือ โปรแกรมค้นดูเว็บ คือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ที่ผู้ใช้สามารถดูข้อมูลและโต้ตอบกับข้อมูลสารสนเทศที่จัดเก็บในหน้าเวบที่สร้างด้วยภาษาเฉพาะ เช่น ภาษาเอชทีเอ็มแอล ที่จัดเก็บไว้ที่ระบบบริการเว็บหรือเว็บเซิร์ฟเวอร์หรือระบบคลังข้อมูลอื่น ๆ โดยโปรแกรมค้นดูเว็บเปรียบเสมือนเครื่องมือในการติดต่อกับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่เรียกว่าเวิลด์ไวด์เว็บ
         
          Hypertext : hypertext เป็นการจัดการหน่วยสารสนเทศในการติดต่อ ที่ผู้ใช้เลือกสำหรับสร้าง โดยมีลักษณะเช่นเดียวกับการเชื่อม (Link ) หรือ hypertext link hypertext เป็นแนวคิดหลักในการนำไปสู่การคิดค้น World Wide Web ซึ่งไม่มีอะไรมากกว่าสารสนเทศ จำนวนมหาศาล ที่เชื่อมต่อโดย hypertext link จำนวนมาก

บทที่ 7 การรับ-ส่งการจัดการอีเมล์ด้วย gmail

บทที่ 7 การรับ-ส่งการจัดการอีเมล์ด้วย gmail


การรับส่งและการจัดการอีเมลล์ด้วย Gmail


       
          นอกจากสิ่งที่เคยนำเสนอไปในบทความ "หลักง่ายๆ ในการแก้ปัญหาอีเมลล้นกล่อง" ที่เราได้แนะนำเกี่ยวกับเรื่องของจุดประสงค์ที่ชัดเจน การควบคุมอีเมลให้เป็น ไม่ใช้การ Reply All การทำกล่องขาเข้าให้สะอาดอยู่เสมอ และพักเสียบ้าง คราวนี้เราจะพูดถึงวิธีการจัดการอีเมลอย่างมีประสิทธิภาพที่เป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น เป็นวิธีการง่ายๆ ที่ทุกคนสามารถนำเอาไปประยุกต์ใช้ได้อย่างแน่นอน

1. รวม E-mail เป็นหนึ่ง
          ถ้าเรามีหลายบัญชีอีเมลก็ย่อมทำให้มีหลายกล่องขาเข้าตามไปด้วย นั่นยิ่งทำให้การเปิดเช็คอีเมลทุกบัญชีเป็นเรื่องเสียเวลามากขึ้น (และที่เราอาจไม่รู้ก็คือ ทุกครั้งที่เราใส่หลายๆ อีเมลไว้ในสมาร์ทโฟน ระบบจะวิ่งไล่เช็คทุกอีเมลให้กับเรา “ไม่พร้อมกัน” และนั่นคือปฏิบัติการดูดแบตเตอรี่อย่างมหาศาล) แต่ปัญหานี้หมดไปได้ด้วยวิธีนี้ ลองจับรวมหลายอีเมลไว้ที่เดียวโดยใช้การ Forward email จากหลายที่ไปยังบัญชีเดียวดูสิ! ด้วยการใช้ Email Forwarding ใน Hotmail (หรือกับผู้บริการอีเมลอื่นๆก็ได้เช่นกัน) เช่น Forward your mail to (yourname@gmail.com) เป็นต้น


          หรือจะทำการเพิ่มบัญชีอีเมล email@hotmail.com กรอกรหัสผ่านของ Hotmail ลงไปจากนั้นก็เซ็ตค่าต่างๆ เช่น POP Server ให้ใส่เป็น pop3.live.com และเลือก Port เป็น 995 แล้วทำการเพิ่มบัญชีเข้าไปก็จะเสร็จเรียบร้อย เท่านี้อีเมลของ Hotmail ก็จะเข้ามารวมอยู่ใน Gmail ของเราด้วย หรือจะทำการเพิ่มบัญชีอีเมล email@hotmail.com กรอกรหัสผ่านของ Hotmail ลงไปจากนั้นก็เซ็ตค่าต่างๆ เช่น POP Server ให้ใส่เป็น pop3.live.com และเลือก Port เป็น 995 แล้วทำการเพิ่มบัญชีเข้าไปก็จะเสร็จเรียบร้อย เท่านี้อีเมลของ Hotmail ก็จะเข้ามารวมอยู่ใน Gmail ของเราด้วย


2. การใช่ Gmail คัดแยก
           การทำกล่องขาเข้าให้ว่างเปล่าไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปด้วยความสามารถของ Gmail Filters (แต่ผู้ให้บริการอีเมลรายอื่นก็สามารถทำการ Filters ได้เช่นกัน) Email Filter ก็คือการกรองอีเมลนั้นเอง ถือว่าเป็นฟีเจอร์ที่มีประโยชน์มากในการจัดระเบียบอีเมลของผู้ใช้


         เราสามารถตั้งค่า Filters ได้หลายแบบ เช่น มาจากใคร ถึงใคร หัวเรื่องว่าอะไร มีคำศัพท์อะไร จากนั้นให้ทำการ Create filter with this search


           แล้วก็ตั้งกฏตามความต้องการของเราได้เลย ซึ่งสิ่งที่เราอยากบอกเพิ่มเติมคือเรื่องของ Apply the label การทำ label คือการแปะป้ายของอีเมลนั่นเอง แล้วต่างจากการใส่โฟลเดอร์อย่างไร คำตอบคือ ถ้าเป็น label เราสามารถแปะป้ายหลายอันได้ เช่น “งาน, ด่วน, หัวหน้าสั่ง” หรือจะแปะป้ายเดียว ไม่แปะเลยก็ได้เช่นกัน

3. ใช้โปรแกรมจัดการอีเมล (Email Client) 
          Email Client คือโปรแกรมที่เอาไว้รับส่งเมลในกรณีที่ผู้ให้บริการอีเมล (Webmail) สามารถให้เราเข้าถึงอีเมลได้ทางอื่นนอกจากเว็บบราวเซอร์ ข้อดีของการใช้ Email Client คือ ไม่ต้องต่ออินเตอร์เน็ตตลอดเวลาก็ใช้งานได้ เนื่องจากมันได้โหลดอีเมลจากกล่องขาเข้ามาเก็บในเครื่องเรา ดังนั้นข้อมูลจะถูกเก็บไว้ในเครื่องเราทั้งหมด นอกจากนี้เรายังสามารถเขียน (Compose) อีเมลได้เช่นกัน เวลาที่เราต่ออินเตอร์เน็ตมันก็จะทำการส่งให้ เป็นการกรองไวรัสสองขั้นตอน (จาก Firewall และ Antivirus ของเครื่องเรา) ป้องกันสแปมเมลสองขั้นตอน (จาก Webmail และ Email Client) ป้องกันสปายแวร์ ที่เข้ามาล้วงความลับข้อมูลของเราได้อีกด้วย มันสะดวก รวดเร็ว ใช้งานได้เรื่อยๆ และปลอดภัยมากกว่านั่นเอง ตัวอย่าง Email Client เช่น Microsoft Outlook, Thunderbird, IncrediMail, Apple’s Mail

4. หัดใช้ IMAP
          ในการสื่อสารทางเครือข่ายคอมพิวเตอร์ จำต้องมีการสื่อสารข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ในระบบ ซึ่งเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ต่ออยู่ในเครือข่ายเดียวกันนี้ อาจจะมีฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ที่แตกต่างกัน ดังนั้นเมื่อทำการส่งข้อมูลถึงกันและตีความหมายได้ตรงกัน จึงต้องมีการกำหนดระเบียบวิธีการติดต่อให้ตรงกัน “โปรโตคอล” (Protocol) คือระเบียบวิธีที่กำหนดขึ้นสำหรับการสื่อสารข้อมูล โดยสามารถส่งผ่านข้อมูลไปยังปลายทางได้อย่างถูกต้องก่อนอื่นต้องอธิบายก่อนว่า IMAP คือ มาตรฐานโปรโตคอลชนิดหนึ่งที่ใช้สำหรับการเข้าถึง (อ่าน) e-mail จากหลายๆ ที่ คล้ายกับอีกโปรโตคอลหนึ่งที่ชื่อว่า POP3 แต่ IMAP จะแตกต่างและน่าใช้กว่าตรงที่ยอมให้มีการสื่อสารสองทางระหว่าง Gmail website และ Email Client ของเรา นั่นหมายถึงว่า เมื่อเราเข้าสู่ Gmail โดยผ่านทางบราวเซอร์ การกระทำที่เราได้ทำผ่านมือถืออย่างเช่น ใส่ "จดหมายAAA" ลงในโฟลเดอร์ "งาน" พอเราเปิดบราวเซอร์ก็จะเห็นแบบที่เราเห็นในมือถืออย่างทันที โดยภาพรวมแล้ว IMAP เป็นโปรโตคอลที่ค่อนข้างเสถียรในการใช้งานมากกว่า POP3 เป็นเรื่องธรรมดาในปัจจุบันไปแล้วที่เราจะเข้าเช็คอีเมลจากคอมพิวเตอร์มากกว่าหนึ่งเครื่อง เพราะในปัจจุบันเรามีทั้ง Tablet, PC, Notebook, และ Smartphones ทั้งหลาย เราจึงควรที่จะเข้าถึงอีเมลของเราผ่าน IMAP ซึ่งเป็นโปรโตคอลที่แก้ปัญหาเรื่องความสับสนดังกล่าวได้เป็นอย่างดี

5.เคล็ด (ไม่) ลับในการจัดการอีเมลลอย่างอยู่หมัด
           1) ไม่ scroll เมาส์ ทำอย่างไรก็ได้ให้อ่านอีเมลที่อยู่ในกล่องขาเข้าโดยไม่ต้องเลื่อนเมาส์ ยิ่งมีอีเมลมาก สติเราก็จะหลุดได้ง่ายขึ้นเท่านั้น โดยปกติแล้วไม่ควรเกิน 20 ฉบับ
           2) อ่านหัวเรื่อง ผู้ส่ง หรืออ่านเนื้อหาผ่านๆ แล้วจัดการ จะลบ จะย้ายโฟลเดอร์หรืออะไรก็ตาม ตัดสินใจทันที เด็ดขาด อย่าหมักหมม
           3) ถ้าไม่ใช่งานโดยตรงของเราส่งต่อให้คนอื่น อย่าเอามาเป็นตารางงานของตัวเอง
           4) หนึ่งอีเมลต่อหนึ่งหัวข้อ พยายามอย่าให้มีห่วงโซ่อีเมลค้างในกล่องขาเข้า เก็บไว้เฉพาะอีเมลล่าสุดเท่านั้น
          5) มีโฟลเดอร์ไม่ต้องมาก การที่มีโฟลเดอร์จำนวนมากทำให้เราเสียเวลาในการจัดการมากขึ้น ถ้าต้องการหาอีเมลก็เพียงแค่ search ก็เพียงพอ แต่ในกรณีที่เราสามารถจัดการโฟลเดอร์จำนวนมากได้ดี เพราะมันแบ่งได้ละเอียดกว่าอันนี้ก็ไม่ว่ากัน
         6) จัดการกล่องขาเข้าให้สะอาดทุกวัน เหมือนกับที่เราแปรงฟันกันทุกวันนั่นเอง
         7) อย่าให้มีอะไรค้างคาเกินหนึ่งเดือน มันคงเป็นสิ่งที่เราไม่อยากได้หรือไม่อยากทำ หลังจากหนึ่งเดือนทุกอย่างคงชัดเจน จะทำให้เราคิดได้ว่าต้องทำมันหรือลบมันทิ้งไปเสีย

วันศุกร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2557

บทที่ 6 การจัดการกับไวรัส

บทที่ 6 การจัดการกับไวรัส


ทำความรู้จักกับไวรัส

          ไวรัส คือโปรแกรมชนิดหนึ่งที่มีความสามารถในการสำเนาตัวเองเข้าไปติดอยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ได้และถ้ามีโอกาสก็สามารถแทรกเข้าไประบาดในระบบคอมพิวเตอร์อื่น ๆ ซึ่งอาจเกิดจากการนำเอาดิสก์ที่ติดไวรัสจากเครื่องหนึ่งไปใช้อีกเครื่องหนึ่ง หรืออาจผ่านระบบเครือข่ายหรือระบบสื่อสารข้อมูลไวรัสก็อาจแพร่ระบาดได้เช่นกัน
          การที่คอมพิวเตอร์ใดติดไวรัส หมายถึงว่าไวรัสได้เข้าไปผังตัวอยู่ในหน่วยความจำ คอมพิวเตอร์ เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากไวรัสก็เป็นแค่โปรแกรม ๆ หนึ่งการที่ไวรัสจะเข้าไปอยู่ ในหน่วยความจำได้นั้นจะต้องมีการถูกเรียกให้ทำงานได้นั้นยังขึ้นอยู่กับประเภทของไวรัส แต่ละตัวปกติผู้ใช้มักจะไม่รู้ตัวว่าได้ทำการปลุกคอมพิวเตอร์ไวรัสขึ้นมาทำงานแล้ว
          จุดประสงค์ของการทำงานของไวรัสแต่ละตัวขึ้นอยู่กับตัวผู้เขียนโปรแกรมไวรัสนั้น เช่น อาจสร้างไวรัสให้ไปทำลายโปรแกรมหรือข้อมูลอื่น ๆ ที่อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือ แสดงข้อความวิ่งไปมาบน หน้าจอ เป็นต้น

อาการของเครื่องคอมที่ติดไวรัส

  1. เนื้อที่ในฮาร์ดดิสก์ลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ โดยไม่ได้ลงโปรแกรม หรือนำข้อมูลมาลง 
  2. วินโดวส์แสดงไดอะล็อกบ็อกซ์ข้อความโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือมีโปรแกรมบางตัวทำงานโดยที่ไม่ได้สั่ง 
  3. คอมพิวเตอร์ทำงานช้า อืดผิดปกติทั้งๆที่ไม่ได้ใช้โปรแกรมอะไร 
  4. ไฟล์ข้อมูลมีขนาดใหญ่ขึ้นมาก ทุกครั้งที่ใช้งาน 
  5. เปิดหรือการโหลด เข้าใช้งานโปรแกรมเข้าสู่หน่วยความจำใช้เวลานานขึ้น 
  6. เครื่องคอมพิวเตอร์เกิดอาการแฮงค์ (Hang) โดยไม่ทราบสาเหตุ อยู่ดีๆโปรแกรมก็ปิดเอง 
  7. เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ไม่ได้ บูตเครื่องจากฮาร์ดดิสก์ไม่ได้ 
  8. เปิดไฟล์เอกสารไม่ได้ทั้งๆที่เคยเปิดอยู่ทุกวัน หรือเปิดได้แต่เป็นตัวอักษรประหลาดๆ ปนมาด้วย
  9. เครื่องคอมพิวเตอร์มีการกระทำที่แปลกๆ สุดแต่ผู้เขียนโปรแกรมไวรัสจะกำหนดมา เช่น อาจส่งเสียงพิสดารต่างๆ หรือกดอักษร A หนึ่งครั้ง ก็แสดงอักษร A ออกมาได้หลายสิบตัว 
  10. เปิดเล่น โปรแกรม IE, Mozilla Firefox เข้าเว็บ สแกนไวรัส.com แล้วมีข้อความโฆษณาหรือข้อความแปลกๆขึ้นที่หน้าจอ 
  11. โปรแกรมป้องกันไวรัสไม่สามารถเปิดได้ หรือเปิดโปรแกรมต่างๆ ไม่ได้ อยู่ดีๆโปรแกรมที่ใช้ทุกวันก็หายไป 
  12. เครื่องมีการรีสตาร์ทหรือปิดเองขณะใช้งาน หรือไม่สามารถบูตเข้าวินโดวส์ได้ 
  13. ฮาร์ดดิสก์ หรือ CPU ทำงานมากอย่างผิดสังเกต หรือไฟแสดงการทำงานของอุปกรณ์เครือข่าย (เช่น Broadband Modem, Hub, Switch) ติดตลอดเวลา โดยที่ท่านไม่ได้ใช้งานอะไรเป็นพิเศษ 
  14. มีไฟล์ต่างๆ เช่น Autorun.inf หรือไฟล์นามสกุล .vbs ในไดรฟ์ต่างๆ โดยที่ไม่ได้สร้างขึ้น 
  15. ข้อความที่ปกติไม่ค่อยได้เห็นกลับถูกแสดงขึ้นมาบ่อย ๆ 
  16. เกิดอักษรหรือข้อความประหลาดบนหน้าจอ 
  17. แป้นพิมพ์ทำงานผิดปกติหรือไม่ทำงานเลย 
  18. ไฟล์ข้อมูลหรือโปรแกรมที่เคยใช้อยู่ ๆ ก็หายไป

ทำความรู้จัก Noeton Antivirus

          หยุดไวรัสเวิร์มสปายแวร์บอทและจะมีต่อระบบป้องกันภัย คุกคามทุกชนิดที่เป็นอันตราย Norton Insight – มอบเทคโนโลยีปัญญาขับเคลื่อนนวัตกรรมเร็วน้อยสแกนสั้นรวดเร็วปรับปรุงชีพจรทุก 5 ถึง 15 นาทีให้คุ้มครองถึงนาทีสุดท้ายป้องกันการติดเชื้อไวรัสอีเมลและข้อความโต้ตอบแบบทัน ทีจากการแพร่กระจายความรู้สึกปลอดภัยในขณะที่คุณให้ต ิดต่อ บล็อกเบราว์เซอร์หาประโยชน์และป้องกันเว็บไซต์ที่ติด เชื้อ ที่นี่มีคุณสมบัติที่สำคัญคือ”Norton AntiVirus”

คุณสมบัติโปรแกรม Norton AntiVirus

          1.ใช้ทรัพยากรเครื่องที่น้อย หรือพูดง่ายๆใช้พื้นในการติดตั้งน้อย ไม่กินแรมจนทำให้เครื่องอืดนั่นแหละครับ
          2. สามารถตรวจสอบสายพันธุ์ไวรัสได้จำนวนมาก แม่นยำ และฉับไวครับ
          3.มีการ Update ฐานข้อมูลของสายพันธุ์ ไวรัสตลอดเวลาครับ ถ้าหากจะให้ดีอัพเดตตลอดทุกวันนั่นแหละครับเพราะว่าไวรัสนั้นเกิดขึ้นใหม่ทุกวันครับ
          4.สามารถสอย เอ๊ย จัดการเจ้าไวรัสนั้นได้ก่อนที่มันจะมาทำลายข้อมูลงานของเราและยังสามารถที่จะซ่อมไฟล์ที่ถูกไวรัส นั้นแทรกซึมบางส่วนให้กลับมาเป็นปกติได้ครับ
          5.มีหน้าตาที่ใช้งานง่าย เข้าใจง่าย

ตรวจจับไวรัสด้วย Noeton Antivirus

          1. Auto-Protec


 

          2. คลิกที่แถบ Full System เพื่อให้ตรวจสอบระบบทั้งหมดในเครื่องคอมพิวเตอร์
          3. คลิกทีปุ่ม Scan now



           4. ในการทำการสแกนไวรัสสามารถหยุดการตรวจหาไวรัส โดยคลิกที่ปุ่ม Stop


          5. หลังจากที่โปรแกรมทำการสแกนเสร็จแล้ว จะปรากฏหน้าต่างแสดงการสรุปผลจากนั้นก็คลิกที่ปุ่ม Finished

 

อัพเดต Noeton Antivirus เพื่อป้องกันไวรัสใหม่ๆ

          1. ให้เราไปที่เว็บ Download English Updates ของ Symantec เพื่อทำการดาวน์โหลดตัวอัพเดทไวรัสมาใหม่ โดยเราต้องดาวน์โหลดให้ตรงกับระบบของเรา เช่น symrapidreleasedefsx86.exe จะเป็นดัวอัพเดทโปรแกรมที่อยู่บนระบบ 32 bit (ซึ่งส่วนคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในปัจจุบันส่วนใหญ่จะเป็นระบบนี้) และให้สังเกตุว่าตัวที่เราจะดาวน์โหลดนั้นใช้ได้กับ Norton AntiVirus เวอร์ชั่นที่เราใช้อยู่ เช่นที่ศรชี้ จะใช้ได้กับเวอร์ชั่น 2005 ถึง 2007 และ ยังใช้กับ Norton 360 เวอร์ชั่น 1.0 ได้ด้วย หรือ ถ้าหากรู้ว่าโปรแกรมที่เราใช้เป็นระบบ 32 bit
          2. เมื่อดาวน์โหลดเสร็จแล้วให้ทำการดับเบิ้ลคลิก เพื่อทำการรันโปรแกรมที่เราดาวน์โหลดมา
          3. คลิกที่ปุ่ม Yes
          4. โปรแกรมจะทำการอัพเดทตัว Antivirus
          5. เมื่อเสร็จแล้วก็คลิกปุ่ม OK ก็เป็นอันเสร็จ

Windowes Defender จัดการกับสปายแวร์ที่มากับอินเทอร์เน็ต 

          Windows Defender, ซึ่งส่งมาพร้อมกับ Windows เวอร์ชั่นนี้, จะช่วยป้องกัน ซอฟท์แวร์ชั่วร้าย, สปายแวร์, รวมทั้งซอฟท์แวร์ซ่อนเร้นที่ไม่พึงประสงค์ตัวอื่น ๆ ไม่ให้เข้ามาติดที่เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ เมื่อเปิดการทำงานของ Windows Defender, คุณจะได้รับการแจ้งเตือน ถ้าหากว่ามีสปายแวร์และซอฟท์แวร์ซ่อนเร้นที่ไม่พึงประสงค์ตัวอื่น ๆ พยายามที่จะรัน หรือ ทำการติดตั้งตัวมันเองบนเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ คุณสามารถเลือกได้ว่า คุณต้องการที่จะเพิกเฉย, ทำการกักกันเอาไว้, หรือจะกำจัดมันออกไป ในแต่ละไอเท็มที่ถูกตรวจจับได้

บทที่ 5 chat online

บทที่ 5 chat online

การสนทนาออนไลน์ 

          การสนทนาออนไลน์ หรือ Internet Relay Chat (IRC) หมายถึง โปรแกรมที่ถูกสร้างมาเพื่อการสนทนาเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยการพิมพ์ข้อความผ่านคีย์บอร์ดขึ้นสู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ซึ่งจะมีชื่อของผู้เล่นและข้อความแสดงขึ้นในหน้าต่างภายในจอคอมพิวเตอร์ของโปรแกรมสนทนา ให้คนอื่น ๆ ที่ร่วมสนทนาในห้องสนทนา (chat room) นั้น ๆ ได้เห็นว่า ผู้เล่นสนทนาคนอื่น ๆ สามารถเข้าสนทนาได้                 บริการสนทนาออนไลน์บนอินเทอร์เน็ต เป็นการสื่อสารผ่านข้อความ เสียง และรูปภาพจาก Webcam โดยมีการโต้ตอบกันอย่างทันทีทันใด (real-time) มีลักษณะเดียวกันกับการสนทนาโดยโทรศัพท์ ต่างกันตรงที่ผู้สนทนาจะสื่อสารผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ ในขณะเดียวกันก็สามารถส่งข้อความ ภาพ และเสียงให้กันโดยมีอินเทอร์เน็ตเป็นสื่อกลางในการส่งข้อมูล การสนทนาออนไลน์มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลว่าจะใช้งาน ข้อดีที่คือการได้รู้จักผู้คนมากขึ้น ได้แนวความคิดหลากหลาย มองโลกได้กว้างขึ้นโดยที่เป็นการลดช่องว่างด้านเวลา และสถานที่ ทำให้ได้รับรู้ประสบการณ์ของผู้อื่นพร้อมกับเผยแพร่ประสบการณ์ของตัวเองที่เป็นประโยชน์ เผยแพร่และแลกเปลี่ยนความรู้ ข้อมูล ข่าวสารต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ ส่วนข้อเสียเป็นอาการติดสนทนาออนไลน์ไม่สนใจกิจกรรมอื่นนอกจากสนทนาออนไลน์ รูปแบบการสนทนาออนไลน์ ในปัจจุบันมีคุณสมบัติพิเศษเพิ่มสีสันการสนทนามากมาย ทั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดความแตกต่าง ความน่าสนใจ ทำให้เข้ามาสนทนาพูดคุย สามารถแบ่งรูปแบบการสนทนาออนไลน์อย่างกว้าง ๆ ได้เป็น 3 รูปแบบด้วยกัน คือ Web Chat, Web Board และโปรแกรมสนทนาออนไลน์ Web Chat เป็นการสนทนาโดยผ่านเซิร์ฟเวอร์กลาง ซึ่งจะทำให้เกิดกลุ่มสนทนาแล้วทุกคนที่ติดต่อกับเซิร์ฟเวอร์นั้นสามารถได้รับข้อความนั้นได้พร้อม ๆ กัน หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าห้องสนทนา (chat room) เป็นการเข้าไปคุยกันในเว็บที่จัดให้บริการ เป็นการคุยตอบโต้ระหว่างกันผ่านเซิร์ฟเวอร์ โดยใช้บราวเซอร์ปกติ รูปแบบ และบรรยากาศของห้องคุยก็จะขึ้นอยู่กับผู้สร้างสรรค์เว็บบริการนั้น ๆ ว่าให้ความน่าสนใจมากน้อยเพียงใด ซึ่งแต่ละห้องจะมีคนพูดคุยพร้อม ๆ กันหลายคน

รูปแบบการสนทนาออนไลน์ (Chat) 

            การสนทนาออนไลน์ผ่านเซิร์ฟเวอร์กลาง เป็นลักษณะการสนทนาแบบเป็นกลุ่ม โดยผู้สนทนาจะพิมพ์ข้อความที่ต้องการสื่อสารผ่านไปยังเซิร์ฟเวอร์ และเซิร์ฟเวอร์จะส่งข้อความเหล่านั้นออกมาแสดงบนหน้าจอของทุกคนที่กำลังติดต่อกับกับเซิร์ฟเวอร์อยู่ซึ่งเราเรียกว่า “ห้องสนทนา” (Chat Room) วิธีการสนทนาออนไลน์ผ่านทางเซิร์ฟเวอร์กลาง จะมีเทคนิคเพื่อให้เลือกใช้บริการดังนี้
          1. การสนทนาออนไลน์ผ่านโปรแกรม คือ ลักษณะการสนทนาด้วยข้อความในห้องสนทนาโดยใช้โปรแกรมของแต่ละเครื่องของผู้ใช้ มีเซิร์ฟเวอร์มากมาย เช่น PIRCH,mIRC และ Comic Chat
          2. การสนทนาออนไลน์ผ่านเว็บ (Web Chat) คือ รูปแบบของการนำวิธีการทำงานบนเว็บเซิร์ฟเวอร์มาทำให้เกิดห้องสนทนา บนเว็บเพจของผู้ที่เข้าไปใช้บริการ โดยไม่ต้องมีโปรแกรมรันอยู่บนเครื่องของผู้สนทนา ปัจจุบันการสนทนาออนไลน์ผ่านเว็บได้นำเทคโนโลยี “จาวา” (Java) มาใช้เขียนโปรแกรม

ขั้นตอนการสนทนาแบบ Chat Room 

          1.พิมพ์ URL ที่ช่อง Address: htt://www.sanook.com
          2.คลิกเลือกที่ คุยสด จะแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ Java Chat ซึ่งจะต้องติดตั้งโปรแกรม Java Applet ก่อน จึงจะสามารถสนทนารูปแบบนี้ได้Classic Chat เป็นรูปแบบดั้งเดิของการสนทนาออนไลน์โดยผ่ามเซิร์ฟเวอร์ สามารถใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมใดๆเพิ่มเติม
          3.เมื่อเลือก Ciassic Chat จะมีรายชื่อของห้องสนทนาต่างๆภายในเซิร์ฟเวอร์แสดงออกมาให้ผู้ใช้ได้เลือกตามควมสนใจ เพื่อจะได้เข้าไปคุยกับเพื่อนๆภายในห้องสนทนาที่มีความสนใจในเรื่องเดียวกัน
          4.เมื่อเลือกห้องที่ต้องการสนทนาได้แล้ว จะปรากฎเว็บเพจในการแนะนำวิธีการ Log on เพื่อขอใช้บริการ พร้องทั้ให้พิมพ์ชื่อ และสีของข้อควมที่ต้องการใช้ระหว่างการสนทนจา เมื่อกำหนดเรียบร้อยแล้วให้คลิกที่ "เข้าห้อง"
          5.เมื่อเข้าไปภายในห้องสนทนาแล้ว จะปรากฎชื่อของสมาชิกทั้งหมดภายในห้องสนทนานี้ และการสนทนาสามารถเลือกได้ว่าจะส่งข้อความถึงใคร หรือส่งถึงทุกคนภายในห้องก็ได้ แต่ขอความที่แสดงบนหน้าจอ ทุกคนที่อยู่ภายในห้องสนทนานั้นจะเห็นด้วยกันทั้งหมด
          6.เมื่อเลิกผู้สนทนาที่เราต้องการส่งข้อความถึงแล้วนั้น เราก็ทำการพิมพ์ข้อความที่ต้องการจะส่งไป แล้วเลือกคลิกที่ Update ข้อความของเราจะไปปรากฎบนหฟน้าจดของทุกคนที่ใช้ห้องสนทนานี้                   7.เมื่อต้องการออกจากหน้าสนทนา ให้คลิก Logoff
          8.เพียงการทำงานตามขั้นตอนนี้ เราก็สามารถไปห้องสนทนายังห้องต่างๆได้โดยไม่ต้องทำการลงทะเบียนสมัครป็นสมาชิของเว็บไซต์ที่ให้บริการเหล่านั้น และเมื่อทำการ Logoff ออกจากห้องสนทนาห้องใดห้องหนึ่งแล้ว ก็สามารถที่จะเปลี่ยนไปสนทนายังห้องอื่นๆต่อไปได้อีก 

การสนทนาออนไลน์โดยตรงระหว่างผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 

          การสนทนาออนไลน์รูปแบบนี้จะไม่ต้องผ่านเซิร์ฟเวอร์ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “การรับส่งสารแบบทันทีทันใด” หรือ Instant Messaging เช่นโปรแกรม ICQ,MSN Messenger, Yahoo Messenger, Windows Messenger เป็นต้น จะเป็นรูแบบของการสนทนาแบบตัวต่อตัว มิใช่ลักษณะการสนทนาในแบบห้องสนทนา

 

วันเสาร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2557

บทที่ 2 ท่องโลกด้วย Internet Explorer

บทที่ 2 ท่องโลกด้วย Internet Explorer 

พื้นฐานที่ควรทราบ
     ก่อนท่องเว็บในโลกอินเตอร์เน็ต ขอแนะนำคำศัพท์ที่ควรรู้จัก ดังนี้

เว็บเพจ ( web page )
     ข้อมูลแต่ละหน้าที่เปิดดูได้ใน World Wide Wed นั้นมีชื่อเรียกว่า เว็บเพจ ซึ่งประกอบด้วยข้อมูลประเภทต่างๆ

เว็บบราวเซอร์ 
     เว็บบราวเซอร์ ( Web browser ) คือโปรแกรมที่เป็นประตูเข้าสู่โลก ปัจจุบันมีบราวเซอร์หลายค่ายที่เราสามารถใช้เปิดดูเว็บเพจได้ เช่น Internet Explorer 7 ของไมโครซอฟท์ Firefox ของ Mozilla Corporation เป็นต้น
   
เว็บไซต์ ( Web site ) คือกล่มของเว็บเพจที่นำเสนอเนื้อหาเป็นเรื่องราวเดียวกัน เช่น ภายในเว็บไซต์ นั้นจะมีหน้าเว็บเพจต่างๆ เช่น NEWS ( ข่าวดัง ) และ Entertainment ( บันเทิง ) เป็นต้น

โฮมเพจ
     ในแต่ละเว็บไซต์จะประกอบด้วยเว็บเพจหน้าหนึ่งให้เป็นหน้าแรก ซึ่งมีชื่อเรียกว่า "โฮมเพจ" ( Home page ) ทำหนาที่เป็นทางเข้าของเว็บเพจทั้งหมดในเว็บไซต์นั้น โดยโฮมเพจจะสรุปเนื้อหา เป็นเหมือนสารบัญของเว็บเพจทั้งหมดในเว็บไซต์

เข้าสู่ Internet Explorer
     Internet Explorer เป็นโปรแกรมเว็บบราวเซอร์เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดที่บริษัทไมโครซอฟท์ ได้พัฒนาขึ้น จะเฉพระเครื่องที่ใช้ Windows XP เท่านั้น โดยผู้ที่ต้องการติดตั้งโปรแกรม Internet Explorer สามารถดาวน์โหลดโปรแกรมมาติดตั้งได้ที่เว็บไซต์ www.microsoft.com/windows/ie/downloads/

ส่วนประกอบที่สำคัญบนหน้าจอของ Internet Explorer 
บนหน้าต่าง Internet Explorer นั้นจะประกอบไปด้วยส่วนสำคัญต่างๆ ดังนี้  
แถบชื่อ (Title Bar) เป็นส่วนที่ใช้ในการแสดงชื่อโปรแกรม และชื่อเว็บเพจที่กำลังเปิดอยู่ในขณะนั้น           แถบเมนู (Menu Bar) เป็นส่วนที่ใช้ในการแสดงคำสั่งต่างๆ ให้เราได้เลือกใช้
แถบเครื่องมือ (Tool Bar) เป็นส่วนที่ใช้ในการแสดงปุ่มคำสั่งหลักที่ใช้งานบ่อยๆ
แถบที่อยู่ (Address Bar) เป็นส่วนที่ใช้ในการใส่ชื่อเว็บไซต์ที่ต้องการ พื้นที่แสดงเว็บเพจ เป็นส่วนที่ใช้แสดงข้อมูลในเว็บเพจ
แถบสถานะ (Status Bar) เป็นส่วนที่ใช้ในการแสดงภาวะการติดต่อ และการส่งผ่านข้อมูล
     Back ใช้สำหรับการย้อนกลับไปยังเพจที่เคยดูก่อนหน้านี้หนึ่งลำดับ
     Forward ใช้สำหรับเรียกดูเว็บเพจที่เคยดูก่อนหน้านี้หนึ่งลำดับ
     Stop ใช้สำหรับหยุดการโหลดเว็บเพจ
     Refresh ใช้สำหรับโหลดข้อมูล หรือเว็บเพจให้แสดงอีกครั้ง
     Home ใช้สำหรับการกลับไปยังเว็จเพจที่กำหนดให้เป็นเว็บเพจเริ่มต้น
     Search ค้นหาข้อมูลในเว็บไซต์ที่ให้บริการบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต
     Favorites ใช้สำหรับเก็บเว็บเพจที่น่าสนใจ
     History เก็บรายชื่อทุกเว็บเพจที่เราเคยเรียกดูมาแล้วโดยอัตโนมัติ
     Mail ใช้สำหรับเรียกคำสั่งต่างๆ ที่เกี่ยวกับอีเมล
     Print ใช้สำหรับพิมพ์เว็บเพจที่แสดงออกทางเครื่องพิมพ์
     Media ใช้สำหรับแสดงเว็บของ จัดทำโดยไมโครซอฟต์ซึ่งรวบรวมความบันเทิง ต่างๆ อาทิ เช่น เพลงและภาพ
เปิดใช้หน้าเว็บเพจ 
     เว็บเพจแต่ละหน้าใน World Wide Web จะมีตำแหน่งเก็บเจาะจงที่เรียกว่า URL เมื่่อต้องการเปิดดูเว็บเพจใดเราต้องระบุ URL ของเว็บเพจนั้นให้ Internet Explorer ทราบ

1.ใส่ชื่อที่ต้องการค้นหา จากนั้นกดปุ่ม < Enter >

2. เว็บเพจของเว็บไซต์นั้นจะเปิดขึ้นมา

วันอังคารที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2557

บทที่ 4 กำหนดการรักษาความปลอดภัยและการปรับแต่งระบบ

บทที่ 4 กำหนดการรักษาความปลอดภัยและการปรับแต่งระบบ 


          Securily Center ของ Windows Vista เป็นหน้าต่างสำหรับการกำหนดค่าต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัยของระบบ ซึ่งประกอบด้วย 4 ส่วน ที่เราสั่งเปิด/ปิดการทำงานได้ (เราควรเปิดทั้ง 3 ส่วนนี้ไว้ตลอด) ได้แก่ Firewall, Automatic updating, Malware protection และการปรับแตงระบบความปลอดภัยในส่วนอื่นๆ (Other security settings) นอกจากนั้นเราสามารถกำหนดรายละเอียดการทำงานของแต่ส่วนได้

ปรับแต่งการทำงานของไฟร์วอล์
          Windows Firewall ทำหน้าที่ไฟร์วอล์ (Firewall) ที่คอยป้องกันข้อมูลเข้ามายังคอมพิวเตอร์ของเราจากคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น ซึ่งช่วยป้องกันเราจากผู้ไม่หวังดีหรือโปรแกรม (เช่นไวรัสว หรือเวิร์ม) ที่พยายามบุกรุกหรือเข้ามาก่อกวนได้ โดยในขณะที่เราปิดเครื่องอยู่ หากมีความพยายามที่ติดต่อเครื่องของเราไม่ได้อนุญาต Windows Firewall จะแจ้งเตือนเรื่องความปลอดภัยให้เราทราบ เช่น เมื่อเรารันโปรแกรม อาทิ เกมออนไลน์ หรือ โปรแกรมแชต ที่มีการรับข้อมูลจากภายนอก Windows Firewall จะถามเราก่อนว่าต้องการให้สกัดกั้นการติดต่อหรือไม่ ให้คลิกปุ่ม
          Keep Blocking ให้สกัดกั้นโปรแกรมนั้น ๆ จากการติดต่อกับเครื่องของเรา
          Unblock ยกเลิกการสกัดกั้น เพื่อให้โปรแกรมนั้น ๆ ติดต่อกับเครื่องของเราได้ตลอดโดยไม่ต้องขออนุญาตจากราอีก
          Ask Me Later ให้ถามเราภายหลัง

ปรับแต่งการใช้งาน lnternet Explorer
          หลักจากที่เราได้ใช้ Explorer จนคุ้นเคยก็อาจต้องการปรับแต่งรายละเอียดการทำงานของ Explorer ให้เหมาะกับรูปแบบการใช้งาน เช่น เปลี่ยนเว็บเพจหน้าแรกที่ Explorer เปิดดู หรือ สั่งให้เซ็ตเซอร์เนื้อหาในเว็บที่ใช้คำหยาบหรือแสดงภาพอนาจาร เ้ป็นต้น โดยคลิกปุ่ม (Tools) และเลือก lnternet Options หรือคลิกเลือก Tools > lnternet Options จากเมนูหน้าต่าง lnternet Options จะประกอบด้วยแท็บสำหรับแต่งในด้านต่าง ๆ ดังนี้
          แท็บ General : ปรับแต่งทั่วไป
          แท็บ Security : ปรับแต่งเกี่ยวกับความปลอดภัยทางด้านข้อมูล
          แท็บ Privacy : การป้องกันการละเมินข้อมูลส่วนตัว
          แท็บ Content : กำหนดเนื้อหาที่เปิดดู
          แท็บ Connections : กำหนดลักษณะการเชื่อมต่อ
          แท็บ Programs : ระบุโปรแกรมที่ใช้งานร่วม
          แท็บ Advanced : การปรับแต่งขั้นสูง

แท็บ General : ปรับแต่งทั่วไป
          แท็บ General ใช้สำหรับปรับแต่งการทำงานของ Explorer ซึ่งแบ่งได้เป็น 5 ส่วน ดังนี้
                 Home page
                      กำหนดเว็บเพจหน้าแรกที่ Explorer เปิดดูเมื่อเริ่มทำงานทุกครั้ง
                 Browsing history
                      ใช้สำหรับการบันทึกประวัติการเปิดดูเว็บเพจที่เราเคยเยี่ยมชม ซึ่ง Explorer จะเก็บไฟล์และส่วนประกอบต่าง ๆ ของหน้าเว็บเพจไว้ในเครื่องของเราในพื้นที่ที่เรียกว่าแคช (Cache) เพื่อช่วยเพิ่มความเร็วในการท่องเว็บ โดยเมื่อเรากลับมาเปิดดูหน้าเว็บที่เคบเปิดดูมาก่อน Explorer จะไม่โหลดหน้านั้นจากอินเทอร์เน็ต แต่จะดึงจากที่เก็บไว้ในแคชมาได้เลย ทำให้ไม่ต้องโหลดข้อมูลจากเว็บไซต์ให้เสียเวลา
             Search 
                    กำหนดบริการค้นหาข้อมูล (Search Provider) ที่ใช้เวลาเราพิมพ์ข้อความค้นหาที่แถบ Address bar
            Tabs 
                  จะเป็นการกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับการใช้งานแท็บบนหน้าต่าง Explorer
           Appearnce
                  ใช้กำหนดรูปแบบตัวอักษรที่อสดง ดำหนดสีข้อความที่เป็นลิงค์ เลือกภาษาที่ใช้ และปรับรูปแบบการแสดงผลให้เหมาะกับคนที่มีปัญหาในการมองเห็น

แท็บ Security : ปรับแต่งความปลอดภัยทางด้านข้อมูล 
                  การท่องเว็บเป็นการเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์สู่โลกภายนอกซึ่งอาจมีข้อมูลแฝงมาในรูปของโปรแกรมในเว็บเพจที่อาจเป็นอันตรายกับข้อมูลในเครื่องของเรา เช่น ไวรัส ซึ่ง Explorer ป้องกันปัญหาเหล่านี้โดยแบ่งข้อมูลทั้งหมดที่เราถึงได้ออกเป็นโซนที่มีระดับการระวังความปลอดภัยที่แตกต่างกัน ดังนี้
          โซน Local intranet คือกลุ่มเว็บไซต์ในเครือข่ายอินทราเน็ตภายในองค์ของเรา มีระดับระวังความปลอดภัยปานกลาง
          โซน Trustd sites คือกลุ่มเว็บไซต์ในอินเทอร์เน็ตที่เราเชื่อมั่นว่าไม่ทำอันตรายกับข้อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา ซึ่งเราจะกำหนดระดับระวังความปลอดภัยต่ำสุด
          โซน Restricted sites คือกลุ่มเว็บไซต์ที่ไม่น่าไว้ใจ ซึ่งเรากำหนดให้ระดับความปลอดภัยสูงสุด เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดกับข้อมูลในเครื่องของเรา
          โซน lnternet คือกลุ่มเว็บไซต์ที่ไม่มีรายชื่อในทั้ง 3 กลุ่มก่อนหน้านี้ ซึ่งระดับระวังความปลอดภัยได้ถูกกำหนดไว้เป็นปานกลาง

แท็บ Privacy : ป้องกันการละเมิดข้อมูลส่วนตัว 
          คุ้กกี้คือไฟล์ที่เว็บไซต์ส่งให้บราวเซอร์เก็บไว้ ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้บันทึกข้อมูลเกี่ยวกับตัวเรา คุ้กกี้มีประโยชน์เพราะมักถูกมักนำไปใช้ในการแสดงหน้าเว็บที่ตรงกับความต้องการของเรา แต่เนื่องจากมีเว็บไซต์บางแห่งที่ใช้คุ้กกี้ในการติดตามพฤติกรรมหรือการใช้อินเทอร์เน็ตของเราว่าเข้ามาดูเว็บนี้กี่ครั้ง หน้าไหนบ้าง จากที่ไหนบ้าง บางแห่งอาจจะเก็บชื่อยูสเซอร์ กับรหัสผ่าน หรือแม้แต่หมายเลขบัตรเครดิตที่เราใช้ซื้อของทางอินเทอร์เน็ต โดยเราอาจไม่รู้ตัวว่ากำลังโดนแอบเก็บข้อมูลเหล่านั้น ดังนั้นเราจึงควรปฏิเสธคุ้กกี้จากเว็บไซตืที่น่าสงสัย ซึ่งในแท็บ Privacy เราสามารถกำหนดระดับระวังความปลอดภัยในการอินเทอร์เน็ตได้ถึง 6 ระดับ ดังนี้
          ระดับที่ 1 Accept All Cookies ไม่มีการบล็อกคุ้กกี้ใดๆ โดยอนุญาตให้คุ้กกี้เข้ามาเก็บไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราได้
          ระดับที่ 2 Low บล็อกคุ้กกี้จาก Third - party ที่บันทึกข้อมูลส่วนตัวของเรา 
          ระดับที่ 3 Medium บล็อกคุ้กกี้ที่ไม่น่าไว้ใจ ทำให้ไม่สามารถยุ่งกับข้อมูลที่เรากำหนดไว้ได้ แต่ให้จำกัดการทำงานของคุ้กกี้จาก First party ที่บันทึกข้อมูลส่วนตัวของเรา
          ระดับที่ 4 Medium High บล็อกคุ้กกี้จาก Third-party ที่พยายามบันทึกข้อมูลส่วนตัวของเราได้ รวมถึงคุ้กกี้จาก First Party ที่บันทึกข้อมูลส่วนตัวของเรา
          ระดับที่ 5 High ใช้บล็อกคุ้กกี้ทุกเว็บที่พยายามบันทึกข้อมูลส่วนตัวของเรา
          ระดับที่ 6 Block All Cookies คุ้กกี้จากทุกเว็บจะถูกบล็อกหมด และคุ้กกี้ที่มาอยู่ในคอมพิวเตอร์ของเราก๊จะไม่สามารถทำงานได้ ถ้าเราคลิกปุ่ม Advanced จะเป็นการกำหนดการรับ (Accept) , บล็อก (Block) หรือแจ้งเตือน (Prompt) คุ้กกี้ที่มาจาก First-party และ Third-party เอง โดยไม่ใช้ระดับที่ได้กล่าวถึง

แท็บ Content : กำหนดเนื้อหาที่เปิดดู
กำหนดระดับการเซ็นเซอร์เนื้อหาในอินเทอร์เน็ต
          อินเทอร์เน็ตเป็นแหล่งข้อมูลที่เราจะพบข้อมูลได้แทบทุกประเภท ตั้งแต่ข่าวล่าสุด เรื่องราวเกี่ยวกับดาราและภาพยนต์ ไปจนถึงการ์ตูนสำหรับเด็ก อย่างไรก๊ตามเนื่องจากอินเทอร์เน็ตเป็นแหล่งที่ผู้ใดก็สามารถเผยแพร่ข้อมูลบได้อย่างเสรี จึงมีสิ่งค่างๆ ที่ไม่เหมาะสมปะปนอยู่ด้วย เช่น คำพูดหยาบคาย ความรุนแรง หรือภาพลามกอนาจาร
          เราสามารถกำหนดให้ Explorer ตรวจสอบเนื้อหาที่แสดงได้ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการเปิดดูเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม เช่น เว็บไซต์ที่มีภาพลามกอนาจาร เว็บไซต์ที่ใช้คำหยาบคาย หรือเว็บไซต์ฺที่เกี่ยวกับความรุนแรง โดยใช้มาตรฐานเรตติ้งเนื้อหาบนอินเทอร์เน็ตที่กำหนดโดยองค์กรที่มีชื่อว่า ICRA (lnternrt Content Rating Association) ซึ่งเราสามารถกำหนดระดับ อนาจาร โหด หรือ หยาบคายที่ไม่ต้องการรับชม เมื่อใดที่ Explorer พบเนื้อหาเข้าข่ายที่กำหนด จะมีข้อความเตือนและไม่แสดงเว็บเพจนั้นให้เห็น

สำหรับเนื้อหาที่เราสั่งได้ Explorer ตรวจสอบและควบคุม ได้แก่
          Content that creates fear , intimidation, etc, : เนื้อหาที่น่าหวาดกลัว
          Content that sets a bad example for young children : เนื้อหาที่เป็นตัวอย่างที่ไม่เหมาะสมสำหรับเยาวชน
          Depiction of alcohol use : เนื้อหา/ภาพที่เกี่ยวข้องกับการเสพของมึนเมา
          Depiction of drug use : เนื้อหา/ภาพที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยาเสพติด
          Depiction of gambling : เนื้อหา/ภาพที่เกี่ยวข้องกับการเล่นการพนัน
          Depiction of tobacco use : เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับกัญชา สิ่งเสพติดที่เสพด้วยการสูบ
          Depiction of weapon use : เนื้อหา/ภาพที่เกี่ยวข้องกับการใช้อาวุธ
          lncitement/depiction of discrimination or harm : เนื้อหาที่บรรยายถึงคดีอาชญกรรมที่รุนแรง
          Language : ภาษาที่ใช้ Nudity : ภาพเปลือย
         Sexual material : ภาพการแสดงพฤติกรรมทางเพศ
         User-generated Content : เรื่องราวที่มาของผู้ใช้
         Violence : ความรุนแรง

ใช้ Certificates เพื่อตรวจสอบที่มาของข้อมูล 
          เราสามารถทราบว่าว่าบริษัท หรือบุคคลที่เรากำลังติดต่อด้วยในอินเทอร์เน็่ตเป็ยบริษัท หรือบุคคลที่เขาอ้างว่าเป็นจริงๆ โดยการตรวจสอบ Certificates ซึ่งเป็นเหมือนกับประกาศนียบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ออกโดยบริษัทที่ทำหน้าที่รับรองความถูกต้องของเว็บไซต์ในอินเทอร์เน็ต วิธีนี้ทำให้เรามั่นใจได้ว่าข้อความที่เราจะส่งหรือเงินที่กำลังโอนย้ายไปยังบริษัทหรือบุคคลในอินเทอร์เน็ตถูกส่งไปถูกที่
          นอกจากการตรวจสอบ Certificates ของผู้อื่น เราก๊อาจขอให้มีการออก Certificates ให้กับตัวเราเองเพื่อใช้ในการติดต่อกับเว็บไซต์บางแห่งสำหรับซื้อขายสินค้า และบริการได้ด้วย การใช้ Certificates ทำให้ผู้ที่พยายามแอบอ้างเป็นเรา ไม่สามารถติดต่อกับเว็บไซต์เหล่านั้นได้ เพราะไม่มี Certificates ที่ต้องใช้ในการแสดงตน เมื่อเราคลิกเมาส์ Certificates จะแสดง Certificates ที่เราเคยได้รับ และการคลิกเมาส์ปุ่ม Publishers จะแสดงรายชื่อองค์กรที่เรากำหนดให้อยู่ในสถานะที่เชื่อถือได้ ซึ่งหมายความว่าเรายอมรับทุกบริษัทที่องค์กรนี้ยอมรับว่าเชื่อถือได้

 กรอกข้อมูลในฟอร์มให้โดยอัตโนมัติด้วย AutoComplete 
            คือการกำหนดรูปแบบการทำงานของระบบ AutoComplete ซึ่งเป็นการช่วยเติมข้อมูลในส่วนที่เรายังพิมพ์ไม่หมดให้โดยอัตโนมัติ สำหรับในส่วนต่อไปเป็นการกำหนดข้อมูลที่ใช้ในการจับจ่ายสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ต เช่น บัตรเครดิตที่ใช้ และในส่วนสุดท้ายมีไว้สำหรับบันทึกข้อมูลส่วนตัวของเรา

Feeds : กำหนดการทำงานของ Rss 
          ใช้กำหนดการทำงานของ Rss (Really Simple Syndication) ที่เป็นบริการที่ส่งข้อมูลจากเว็บไซต์มาที่เครื่องของเราโดยอัตโนมัติ ทำให้เราไม่ต้องเสียเวลาเยี่ยมชมเว็บไซต์โปรดทีละแห่งเพื่ออัพเดทข้อมูลข่าวสาร ซึ่งเราสามารถกำหนดได้ว่าต้องการให้มีอัพเดทข่าวสารทุกเมื่อไหร่ และกำหนดรายละเอียดเพิ่มเติมในการเปิดอ่าน RSS ได้

แท็บ Connestions : กำหนดลักษณะการเชื่อมต่อ
          แท็บ Connestions ใช้กำหนดลักษณะการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่เราใช้ ซึ่งอาจเป็นการเชื่อมต่อโดยตรงผ่านโมเด็ม หรือผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ในองค์กร และการใช้ Proxy server สามารถช่วยเปิดดูเว็บเพจได้เร็วขึ้น เพราะเราไม่ต้องเสียเวลาโหลดข้อมูลจากเว็บไซต์ ถ้ามีสำเนาของเว็บเพจนั้นใน Proxy server ที่อยู่ในประเทศไทย ก๊สามารถโหลดข้อมูลได้โดยตรง ซึ่งสำหรับการปรับแต่งทั้งในส่วนการเชื่อมต่อผ่านโมเด็ม และผ่านระบบเครือข่ายภายในองค์กรจะมีส่วนให้เราสามารถดำหนด Proxy server ได้ นอกจากนั้นยังมีส่วน Automatic configuration ให้เรากำหนดชุดคำสั่งหรือ script เพื่อเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตแบบอัตโนมัติได้

แท็บ Programs : ระบุโปรแกรมที่ใช้งานร่วม 
          แท็บ Programs ใช้สำหรับกำหนดโปรแกรมที่ต้องการให้ทำงานร่วมกับ Explorer ซึ่งมีโปรแกรมอยู่หลายประเภท ดังนี้ 
          Manage add-ons เลือกอนุญาต/บล็อคโปรแกรมเสริมสำหรับใช้งานอินเทอร์เน็ตให้ติดตั้งลงบนเครื่อง
          HTML editor โปรแกรมที่ใช้เปิดดูและแก้ไขโค้ด HTML ที่ใช้สร้างเว็บเพจ
         lnternet programs โปรแกรมอื่น ๆ สำหรับทำงานบนอินเทอร์เน็ต เช่น โปรแกรมสำหรับจัดอีเมล์, โปรแกรมสำหรับจัดการนิวส์กรุ๊ป, โปรแกรมสำหรับใช้สื่อสารด้วยเสียพูด และภาพผ่านอินเทอร์เน็ต, โปรแกรมบริหารเวลาส่วนบุคคล และโปรแกรมรวบรวมรายชื่อบุคคลที่เราติดต่อด้วย

แท็บ Advanced : การปรับแต่งขั้นสูง 
          แท็บ Advanced เป็นการกำหนดรายละเอียดการทำงานของ Explorer ขั้นสูง ซึ่งไม่ขอแนะนำให้ผู้ใช้ที่ยังไม่เข้าใจการทำงานของ Explorer ปรับแต่งค่าใดๆ เพราะอาจทำให้โปรแกรมทำงานไม่เหมือนกับที่ต้องการ สำหรับตัวเลือกการปรับแต่งได้ถูกจัดตามข้อต่างๆ

สรุป 
        Security Center ของ Windows เป็นหน้าต่างสำหรับกำหนดค่าเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยของระบบ ประกอบไปด้วย Windows Update สำหรับการอัพเดตความสามารถใหม่ๆ และแก้ไขข้อบกพร่องต่างๆ ในระบบจากไมโครซอฟท์ Firewall เป็นโปรแกรมสำหรับป้องกันการเข้าถึงข้อมูลของเราจากเครือข่ายภายนอก Windows Defender สำหรับตรวจสอบและกำจัดโปรแกรมขนาดเล็กที่ลอบเข้ามาในเครื่อง เช่นไวรัส /สปายแวร์ และ internet Option สำหรับกำหนดค่าความปลอดภัยในการท่องอินเทอร์เน็ต

วันพุธที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

บทที่ 3 เทคนิคการท่องเว็บด้วย Internet Explorer

บทที่ 3 เทคนิคการท่องเว็บด้วย Internet Explorer 

     เมื่อเราเข้าชมเว็บไซต์ต่างๆ บนอินเทอร์เน็ตได้แล้ว ในบทนี้จะเพิ่มเทคนิคพิเศษให้การท่องเว็บของเรามีความสะดวกมากยิ่งขึ้น เช่น การจัดการ URL ของเว็บที่ชื่นชอบ, วิธีลัดในการเปิดเว็บ เป็นต้น

จัดเก็บ URL เว็บเพจชื่นชอบ 
     แทนที่จะต้องจำ URL ของเว็บเพจที่ชอบ เราสามารถบันทึกไว้เป็น Favorite เพื่อครั้งต่อไปจะกลับไปเปิดหน้าเว็บนี้ได้ทันที และในเวอร์ชั่นนี้ได้แยกส่วนของ Favorites ไว้เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับเราอีกด้วย



     จัดเก็บ URL เว็บเพจชื่นชอบ แทนที่จะต้องจำ URL ของเว็บเพจที่ชอบ เราสามารถบันทึกไว้เป็น Favorite เพื่อครั้งต่อไปจะกลับไปเปิดหน้าเว็บนี้ได้ทันที และในเวอร์ชั่นนี้ได้แยกส่วนของ Favorites ไว้เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับเราอีกด้วย


จัดหมวดหมู่ Favorites 
      เมื่อเว็บเพจที่จัดเก็บไว้ใน Favorites มีจำนวนมาก เราควรจัดรายชื่อเว็บเพจให้เป็นหมวดหมู่เพื่อให้สามารถเรียกใช้งานได้ง่ายขึ้น
 การเพิ่มหมวดหมู่ใหม่ใน Favorites
      เป็นการสร้างหมวดหมู่ให้กับเว็บเพจ เพื่อการค้นหาจะทำได้สะดวก



ย้ายเว็บเพจเก็บในหมวดหมู่ใหม่
     ให้ลากเว็บเพจที่บันทึกไว้ไปเก็บในโฟล์เดอร์ที่สร้าง ดังนี้




สร้างทางลัดในการเรียกเว็บเพจ
วิธีที่ 1 สร้างปุ่มในแถบเครื่องมือสำหรับเรียกเว็บเพจที่ชอบ
     เราสามารถสร้างปุ่มในแถบเครื่องมือ Links สำหรับเรียกเว็บเพจที่ต้องการเปิดดูได้อย่างถูกต้อง โดยให้คลิกเมาส์เข้าอินเตอร์เน็ต ในช่อง Address และลากเมาส์มาที่แถบเครื่องมือ Links

วิธีที่ 2 สร้างชอร์ทคัท (Shortcut) เรียกเว็บเพจ 
     เป็นการดึง URL ของเว็บเพจมาสร้างเป็นชอร์ทคัทไอคอนบนหน้าเดสก์ทอป เพื่อใช้ดับเบิ้ลคลิกเรียกเปิดเว็บเพจนั้นได้อย่างรวดเร็ว

 
บล๊อคป๊อปอัพแอดโฆษณา
     ป๊อปอัพ  เป็นหน้าต่างเว็บเพจใหม่ที่ได้เปิดขึ้นมาในระหว่างที่เรากำลังท่องเว็บอยู่ เนื่องจากป๊อปอัพส่วนใหญ่จะเป็นโฆษณาที่มักสร้างความรำคาญใจให้กับผู้ชม ดังนั้นใน Internet Explorer จึงทำการปิดกั้นป๊อปอัพไว้ โดยจะมีแถบ Information bar แจ้งข้อความให้ทราบว่าได้มีการบล๊อคป๊อปอัพไว้ ซึ่งเราสามารถคลิกอนุญาตให้แสดงหรือละเลยป๊อปอัพนี้ก็ได้
ปิด Pop - up Blocker 
     สำหรับนักท่องเว็บที่ไม่ค่อยรำคาญกับป๊อปอัพ สามารถปิดการทำงานของ Pop - up Blocker เพื่ออนุญาตให้ป๊อปอัพจากทุกเว็บไซต์เปิดขึ้นมาได้ โดยไม่ต้องไปคลิกอนุญาตทีละตัว
เปิด Pop - up Blocker 
     เมื่อท่องเว็บไปนาน ๆ อยากเปลี่ยนใจกลับมาบล๊อคป๊อปอัพใหม่อีกครั้ง ก็สามารถทำได้เช่นกัน

กำหนดให้แสดงป๊อปอัพเฉพาะบางเว็บ
     สำหรับเว็บที่เข้าบ่อย ๆ และมีป๊อปอัพโฆษณาที่เป็นประโยชน์ เราสามารถอนุญาตให้เปิดป๊อปอัพจากเว็บไซต์เหล่านี้ได้ โดยโปรแกรมยังคงบล๊อคเว็บไซต์ที่ไม่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ต่อไป
เตือนภัยซ่อนเร้นที่เกิดจากการดาวน์โหลดไฟล์
     เมื่อมีเว็บไซต์ที่พยายามจะดาวน์โหลดไฟล์เข้าสู่เครื่องของเรา โดยที่ไม่ได้รับการอนุญาต Internet Explorer จะแจ้งเตือนให้เราทราบใน Information bar และจะหยุดการดาวน์โหลดของเว็บไซต์นี้เอาไว้ก่อนจนกว่าจะได้รับการยืนยัน History ย้อนประวัติกลับไปหน้าเว็บที่เคยเยี่ยมชม

History เป็นรายการแสดงชื่อของหน้าเว็บที่เราได้เคยเปิดเยี่ยมชม
     โดยได้แบ่งเก็บตามเวลาที่เราเข้าไปเยี่ยมชม โดยเราสามารถคลิกชื่อเพื่อย้อนกลับไปดูหน้าเว็บที่เคยเปิดดูได้

 

ค้นหาและโหลดข้อมูลที่ต้องการ
     ทุกครั่งที่เราจะเข้าไปดูข้อมูลในเว็บไซต์ใดเราก็ต้องรู้ที่อยู่ (URL) ของเว็บนั้นด้วย แต่ถ้าเราไม่ทราบว่าข้อมูลที่ค้นหาน่าจะอยู่ที่เว็บไซต์ใดก็ต้องพึ่งพาเว็บไซต์ที่ช่วยค้นหาข้อมูล เช่น www.google.co.th โดยการป้อนคำที่ต้องการค้นหา เว็บไซต์ค้นหาข้อมูลก็จะแสดงลิงค์ของหน้าเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง พร้อมรายละเอียดเบี้องต้นมาให้ เพื่อให้เราคลิกเมาส์ที่ลิงค์เพื่อไปยังหน้าเว็บเพจนั้น ๆ ได้ทันที



การค้นหาข้อมูลด้วย Google 
     http://www.google.co.th/ เป็นเว็บไซต์ที่ช่วยให้เราค้นหาได้ทั้งข้อมูลและภาพต่าง ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่สำคัญเรายังสามารถค้นหาเป็นภาษา ไทยได้อีกด้วย


ค้นหาเว็บไซต์ที่เราต้องการ
     เราสามารถพิมพ์คำที่เราต้องการค้นหาลงไปในช่องว่าง ในตัวอย่างจะพิมพ์คำว่า "ฟังเพลง" เพื่อค้นหาเว็บเพจที่เกี่ยวข้องกับเพลง

 

     หากต้องการค้นหาแบบเร่งด่วน แนะนำให้เลือก "ดีใจจัง ค้นแล้วเจอเลย" เพราะจะทำการค้นหาและเปิดเว็บเพจที่ต้องการให้เราทันทีที่ค้นเจอ


ค้นหาภาพที่เราต้องการ